กาญจนบุรี 5 คืน 6 วัน อันแสนสนุก

ไม่เกริ่นมาก ไปไหนมาบ้าง มาเริ่มกันเลยจ้า

วันที่ 16 มีนาคม 2561

เริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครในเวลาประมาณ 11 โมงเช้าโดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากรถติดมากและแล้วเราก็ได้ถึงที่พักที่มีชื่อว่า “สวัสดี ริเวอร์แคว ลอดจ์” คลิกเพื่อดูที่พัก ซึ่งตอนที่จองก็จองเพราะว่าราคาถูกและรีวิวสูงถึง 8.5 บนอโกด้า พอมาถึงก็อืมมม รู้ละทำไมรีวิวดี เพราะว่าราคา 7 ร้อยบาทแต่บริการดีมาก เป็นกันเอง มีอาหารเช้า ห้องสะอาด เดินทางก็แสนง่าย  คลิกที่นี่เพื่อนำทางได้เลย

บรรยากาศร่มรื่น ช่วงกลางวันของหน้าร้อนจะนั่งด้านนอกไม่ได้เพราะร้อนมาก แต่หลังจากบ่าย 4 โมงเป็นต้นไปบรรยากาศดีมาก มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินด้วย
ป้ายหน้าที่พัก หาง่าย สะดวกมาก
ห้องนอนสะอาด กว้างขวางมากเทอ บอกเลย
บริเวณที่ทานอาหารเช้า และสามารถนั่งเล่น นั่งทำงานได้ WIFI แรงเฟ่อ
หน้าที่พักให้บรรยากาศเหมือนเป็นบ้านของเราเอง คือดี บอกเลยดีที่นี่ มานะ
มีมุมจิบกาแฟ นั่งเม้ามอยส์ ชอบที่นี่มากบอกเลยค่ะ

17 มีนาคม 2561

วันนี้ตื่นกันประมาณ 9.30 เนื่องจากว่าที่พักมีอาหารเช้าฟรีและปิดตอน 10 โมง เราก็เลยต้องไปชิมอาหารเช้า โอ้พระเจ้านี่คืออาหารเช้าที่รวมอยู่ในราคาห้อง 7 ร้อย อร่อยมาก และบริการดีมากๆๆๆบอกเลยเจ้าของเป็นกันเองและน่ารักมาก (ย้ำตลอดเพราะเค้าน่ารักจริงๆ)

ไข่คนอร่อย ผลไม้สด สลัดปริมาณพอดี ขนมปังไม่แข็งไป ไม่อ่อนไป คือชอบมากๆ

หลังจากอาหารเช้าเราก็มานั่งชิลทำงานที่ร้านกาแฟที่มีชื่อว่า ” Library Cafe” ทำไมต้องร้านนี้? เพราะว่ากูเกิลเค้าเรคคอมเม้นเดด หรือว่าแนะนำนั่นเองว่าเป็นสถานที่ที่ชิลมากๆสำหรับคนที่อยากมากดื่มชากาแฟทานข้าวและขนมหวาน และแล้วเราก็นั่งที่นี่กันตั้งแต่ 10.30 จนถึงประมาณ 14.00 นั่งทำงานไป จิบกาแฟไป มีเพลงเบาๆสากลให้ฟังเพลินๆ ลูกค้าเยอะ พนักงานบริการดี พื้นที่กว้างขวาง ห้องน้ำเยอะและสะอาด อาหารอร่อยและราคาไมแพงมาก นั่งนานมากจ่ายไป 380 คือตกใจว่าเค้าคิดเงินถูกหรือเปล่า เพราะกับข้าว 2 อย่างแล้วได้เยอะและอร่อยมากด้วย คือแนะนำมากร้านนี้ ร้านหาค่อนข้างง่ายเนื่องจากอยู่ในตัวเมืองถนนเส้นท่องเที่ยวเลยหรือ “คลิกที่นี่เพื่อนำทาง”

บรรยากาศในร้านก็จะออกแนวแบบหรูๆ และกาแฟอร่อยมากค่ะ
กาแฟไม่ใส่น้ำตาล แต่ก็มีขนมหวานแถมมาแบบน่ารักเก๋ๆ
นั่งกันตั้ง 4 ชั่วโมง อาหารกับกาแฟก็รสชาติดี คิดเงินมาก็แค่เนี้ยะ คือดีมากๆ

และหลังจากเรานั่งทำงานและชิลกันพอสมควรแล้วก็ขับรถต่อไปยัง “สะพานแม่น้ำแคว” ในตำนาน ดูประวัติเพิ่มคลิก และก็อีกเช่นเคย คนเยอะมาก เยอะมากๆ ทัวร์ฝรั่งเยอะกว่าทัวร์จีน และพอเราเดินกันสักพักกับอากาศที่ร้อนยิ่งกว่ากระทะทองแดงเราก็เลยเดินวนไปที่พิพิธภัณฑ์แต่ว่าไม่ได้เข้าเพราะกลัวไม่คุ้มเนื่องจากใกล้จะปิดแล้วเลยตัดสินใจเดินลงไปร้านอาหารลอยตรงลุ่มแม่น้ำล่างสะพาน บรรยากาศดี พนักงานบริการดี และอาหารอร่อยมาก ราคาก็ประมาณ ส้มตำ 100 ผัดซีอิ๊ว 100 ประมาณนี้ก็แหล่งท่องเที่ยวอะเนอะ แต่ขอบอกว่าเป็นส้มตำและผัดซีอิ๊วที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยลองกินมา แนะนำเลยอาหารรสชาติดีมาก และบรรยากาศไม่ผิดหวังแน่นอน สถานที่ที่กล่าวมาทั้งหมดอยู่ในบริเวณเดียวกันการเดินทางก็ง่าย คลิกเพื่อนำทาง

ชาวต่างชาติเยอะมาก
สะพานที่คร่าทหารต่าชาติไปหลายร้อยชีวิต
มีน้องๆมาเปิดหมวกเล่นกีตาร์
หันหน้าเข้าสะพาน ร้านอาหารอยู่ด้านขวามือ ราคาอาจจะแพงหน่อย แต่ว่ารสชาติอาหารดีมาก และบรรยากาศดีสุดๆ
วิวจากร้านอาหาร มองไปทางสะพาน
ส้มตำที่อร่อยที่สุดในชีวิต อร่อยมากๆๆๆ
กล้วยกินฟรี เราก็สอยมาสองลูก ฮ่าๆ

หลังจากที่เราทานอาหารกันเสร็จแล้วก็ขับรถกลับที่พักไปหลับซัก 1 ตื่นแล้วเราก็ออกไปหามื้อค่ำทานกันค่ะ เดือนนี้เราทานมังสวิรัติเราก็ค้นเจอจากกูเกิลร้านนี้ค่ะ ON”S THAI ISSAN บริการดี เป็นกันเอง ลูกชายเจ้าของร้านเป็นลูกครึ่งวิ่งเล่นน่ารักมาก และอาหารรสชาติดี ไม่แพง และที่สำคัญ ทำเร็วมากไม่ต้องรอนาน มะม่วงปั่นอร่อยค่ะ แนะนำเลย
หลังจากทานข้าวเสร็จเราก็เดินเล่นกันที่ถนนซึ่งคิดว่าเป็นแหล่งปาร์ตี้ของเมืองกาญจนบุรีนั่นเอง ก็มีหญิงสาวออกมาเที่ยวและชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะเลยค่ะ หลังจากนั้นก็หิ้วผลไม้กลับบ้านกันและนางแพทก็ลืมโทรศัพท์ไว้ที่ร้านอาหาร สรุปขับรถกลับไปเค้าเก็บไว้ให้ค่ะ ร้านนี้น่ารักมาก และเราก็กลับที่พัก จบคืนนี้ด้วยการดูหนังและนอนเร็ว

คนทำอาหารและเป็นเจ้าของร้านด้วย รับสอนทำอาหารให้ชาวต่างชาติด้วย
แกงเขียวหวานเจ รสชาติอร่อยมาก

วันที่ 18 มีนาคม 2561

วันที่ 3 เราได้นัดกับเพื่อนเก่าซึ่งเค้าทำงานและอยู่ที่กาญจนบุรีมานานมากแล้วตอนแรกแพลนว่าจะไปเจอกันแต่เพื่อนติดธุระเลยไม่เป็นไร เค้าแนะนำที่ที่เราอาจชอบมาให้ 2 ที่ซึ่งเราก็ไม่รีรอ ตื่นเช้าอาบน้ำ ทานอาหารเช้าฟรีของทางโรงแรมแล้วก็ขับรถออกไป มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่ดังมาก ชาวต่างชาติมาพักเยอะ ชื่อโรงแรมว่า “x2 river kwai resort” คุ้นหูกันมั๊ยคะ แต่ว่าจะบอกว่า อื้อหือ สวยอยู่นะบรรยากาศอะไรก็ดี และราคาก็ตามมา แต่จะไม่พูดถึงมากเพราะว่านั่งที่ร้านกาแฟแค่ 20 นาที สั่งอาหาร 2 อย่าง กาแฟ 2 แก้ว รสชาติธรรมดามาก จ่ายเกือบ 900 แถมอินเตอร์เน็ตใช้งานไม่ได้อีก คือโรงแรมระดับนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ตที่โอเคนี่น่าเกลียดนะ ตอนแรกตัดสินใจจะนอนซัก 2 คืน เลย บ๋ายบ๊ายยย ไม่ดีกว่า

อาหารก็น่าตาแบบนี้อ่ะ สองอย่าง และกาแฟอีกสองแก้ว ปาไปเกือบ 900 อย่ามาให้เสียความรู้สึกนะที่นี่

สวยนะ เหมือนจะชิล แต่ร้อนตับแตกมากค่ะ

หลังจากโรงแรมนี้แล้วเราก็มุ่งหน้าไปร้านอาหารที่มีชื่อว่า”คีรีมันตรา” อาหารรสชาติดี ราคาโอเค และบรรยากาศดีมาก ตามภาพเลยค่ะ หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จในช่วงบ่ายเราก็ขับรถกลับโรงแรม และก็ไปนวดแถวในตัวเมือง วันนี้ก็จบแค่นี้ หลังจากทานข้าว กลับโรงแรม นอน นำทางไปคีรีมันตรา

ทางขึ้นก็อลังการแล้วจ้า
เขียวหวานห่อไข่ คืออร่อยมากกกกกก
กินไรได้ไม่มากเพราะทานมังสวิรัติ เลยกินแต่ผัก แต่ว่าอาหารรสชาติดีเลยดีเดียว
เมนูก็จะประมาณนี้ ราคาโอเค ไม่แพงมาก
บรรยากาศรอบๆร้านอาหารกว้างขวางและสวยงามธรรมชาติสุดๆ
พาลูกนั่งชมวิว

วันที่ 19 มีนาคม 2561

วันนี้ตื่นขึ้นมาก็มุ่งหน้าตรงไปที่ไทรโยค แวะทานข้าวและเข้า “น้ำตกไทรโยกน้อย” แต่เด็กเยอะมาก

เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง
กลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ไปแล้วจ้า
แบบงงว่าไม่ไปเรียนกันเหรอหนูๆ
ไม่มีเด็กว่าจะเล่นอยู่ แต่เด็กเยอะมาก เหมือนมาทั้งโรงเรียน

หลังจากตัดสินใจเดือนแค่ 5 นาทีที่ไทรโยคน้อยเราก็เลยยิงยาวเข้าที่พัก อื้อหือ อยู่กลางป่าลึก แต่สวยดี ขับรถเข้ามาก็ไม่ได้ออกไปไหน แต่รีสอร์ทชื่อว่า “รีโซเทล รีสอร์ท” สวยตามภาพเลยจ้า พักที่นี่ 2 วันนาจา วันแรกก็ไม่ได้ทำไร ว่ายน้ำ นอนพัก แล้วก็ทานมือค่ำ บุฟเฟต์ที่นี่ก็ 480 อาหารเยอะมาก แต่ว่าทานมังเลยจ่ายต่อจานไม่ได้จ่ายแบบบุฟเฟต์ พรุ่งนี้วันสุดท้ายก่อนแพทเข้าสำนักวิปัสสนาส่วนกิจกรรมจะมีอะไรบ้างนั้น จะมาเล่าต่อนะคะ

ทางเข้าฝั่งบก
ส่วนด้านนี้เป็นทางเข้าทางเรือ ต้องจอดรถไว้แล้วนั่งเรือไป 10 นาที โรงแรมมีบริการเรือฟรีรับส่งตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องรอ ถึง 6 โมงเย็น
ถึงท่าแล้วก็จะหน้าตาแบบนี้ตรงทางขึ้น
ฝั่งทางขึ้นแม่น้ำ มีที่นั่งอ่านหนังสือชิวๆ บรรยากาศดีมากๆ

บรรยากาศร่มรื่น
มุมจากห้องอาหาร
บรรยากาศบริเวณโรงแรม
โรงแรมกว้างมาก และตอนที่ไปก็สร้างใหม่เพิ่มอีกประมาณ 3 หลัง ลูกค้าส่วนใหญ่ 90% เป็นชาวต่างชาติ แบบคนฝั่งตะวันตกเลย ไม่ใช่รัสเซียหรือจีนนาจา
ให้บรรยากาศส่วนตัวสูงมาก สงบ

20 มีนาคม 2561

วันนี้ไม่ได้มีโปรแกรมไรมากเพราะว่าช่วงกลางวันอากาศร้อนมากๆ เราเลยแวะไปที่นี่มา “พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด” ประวัติศาสตร์อันน่าสะเทือนใจ นำทางไปพิพิธภัณฑ์

ทางเดินลงก็จะเจอป้ายนี้ป้ายแรก แนะนำให้ไปขอ ออดิโอ้ไกด์ด้วยนะจะได้เข้าใจว่าเศร้ายังไง
ทางลง แบบว่าลึกมาก 70 กว่าปีที่แล้วทหารที่เป็นเชลยทำงานหนักแค่ไหนเพื่อขุดทางสายนี้ สงสารจัง
พาเด็กมาทัศนศึกษา
ทางเดินเข้าก็จะเหงาๆ อึมครึมๆหน่อย
ดูจากตั้งแต่พื้นดินที่ดิชั้นยืนจนถึงความสูงด้านบน ช่องนี้ขุดด้วยมือมนุษย์ และเป็นเชลยศึกทหารจากประเทศต่างๆ เอเชียก็มี ออสเตรเลีย อังกฤษ โดนทรมาน ทำงานหนัก เสียชีวิตเพราะความหิว โรคร้าย โดยการบังคับจากกลุ่มทหารญี่ปุ่น มันสลดใจจริงๆ นะ
ธงไว้อาลัยจากนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน และเหล่าญาติพี่น้องในยุคปัจจุบัน
ชาวอังกฤษค่อนข้างเยอะ
อนุสรที่จารึกไว้สำหรับการจากไป และความโหดร้ายในอดีต
ไม่ได้เห็นนานมากแล้ว เห็นแล้วก็อัศจรรย์ตาดี

21 มีนาคม 2561

วันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความเหงาหงอยเพราะต้องห่างกันถึง 10 วัน เราก็ไม่ได้ทำไร ก็ไปทานข้าวปกติ หลังจากทานข้าวก็งีบ (นอนกันเยอะมากๆๆๆ) หลังจากตื่นก็ได้เวลาเช็คเอาท์ ก็เช็คเอาท์ แต่ขากลับ กลับทางเรือ นำเรือไปจอดอีกฝั่ง ซึ่ง ระยะทางสั้นกว่า สวยกว่า พอเราถึงฝั่งเราก็ขับรถแวะไปรับบัตรประชาชนเนื่องจากเมื่อวานที่พิพิธภัณฑ์เค้าสลับบัตรเรา หลังจากได้บัตรแล้วเราก็ขับรถเลาะไปเรื่อยๆเพื่อพาแพทขึ้นสำนักวิปัสสนา แต่ระหว่างแวะทานข้าวที่ร้านอาหารเงียบสงบข้างแม่น้ำแล้ว แพทก็คิดขึ้นมาว่าไม่อยากไปเลย สรุปเราก็ตัดสินใจกลับกรุงเทพกันแต่ว่าเนื่องจากจองห้องพักไว้แล้วเลยแวะนอนที่นี่  u dee coffee

ร้านกว้างขวางสะอาดสะอ้าน แต่จำชื่อร้านไม่ด้ เสียใจมาก
บรรยากาศมีห้องคาราโอเกะติดแม่น้ำ
อาหารรสชาติร้ายเหลือนัก อร่อยเว่อร์

22-3-2018

ตื่นเช้าล้อหมุนตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพในเวลา 10.30 น แล้วตอนนี้ก็นั่งเขียนบล็อคนี้ที่คอนโดของดิชั้น ต้องขอจบการรายงานเพียงเท่านี้

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *